ความจริงของเงินกับเวลา
* คนบางคน...มีเงิน...แต่ไม่มีเวลา คือ ทำงานหาเงินอย่างเดียว* คนบางคน...มีเวลา...แต่ไม่มีเงิน คือ ไม่มีงานทำ
* คนบางคน...ไม่มีทั้งเงินและเวลา คือ มนุษย์เงินเดือน
"แต่ถ้าคุณมีทั้งเงินและเวลา คิดว่าดีไหม?"
ถ้าคิดว่าดี...แล้วงานอะไรละ?
ในหนังสือ Rich Dad Poor Dad (พ่อรวยกับพ่อจนสอนลูก) ของ Robert T. Kiyosaki มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ได้กล่าวว่า
ในปี 1985 ผู้เขียนและภรรยาจน จนไม่มีบ้านที่จะใช้อยู่อาศัย แต่ตอนนี้เขาสามารถที่จะมีรายได้โดยที่เขาไม่ต้องทำงาน เขาทำได้อย่างไร?
“เงินสี่ด้าน” หมายถึงรายได้ที่มาจากงานสี่ประเภท
E (Employee) = มีรายได้จากเงินเดือน
S (Self - employed) = มีรายได้จากธุรกิจของตนเอง
B (Business Owner) = มีรายได้จากกิจการที่คุณเป็นเจ้าของ
I (Investor) = มีรายได้จากการลงทุนต่างๆ
เราทุกคนเลือกยืนอยู่บนด้านใดด้านหนึ่งของ “เงินสี่ด้าน” ขึ้นอยู่กับว่า...รายได้ของคุณมาจากอะไร? เรื่องเกี่ยวกับกลุ่มคนสี่ประเภทที่อยู่ในโลกของธุรกิจ และมีอุปนิสัยที่แตกต่างกัน การทำรายได้ของคนทั้งสี่ประเภทแต่ละคนที่ทำงานสามารถที่จะอยู่ได้ในทุกด้านไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่ง และคุณสามารถที่จะหาเงินได้จากเงินทั้งสี่ด้าน การสร้างรายได้โดยวิธีใดก็ตามจากเงินสี่ด้านนี้ ตัวกำหนดของมันคือ ความคิดและความสนใจ ความแตกต่างของเงินสี่ด้านอาจกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า การกระทำไม่สำคัญเท่าความคิด ไม่มีด้านใดที่ดีกว่ากัน เพราะแต่ละด้านมีจุดอ่อนจุดแข็งที่แตกต่างกัน
สิ่งที่คิดว่ามีความสำคัญสำหรับพ่อทั้งสอง
“เงินสี่ด้าน คนสี่ประเภท” มีความแตกต่างกันอย่างไร?
ลูกจ้าง E (Employee) - งานมั่นคง เงินเดือนดี พร้อมผลตอบแทน
คนทำธุรกิจส่วนตัว S (Self - employed) - หาคนดีเหมาะกับงานยากจริงๆ และคนกลุ่มนี้ไม่ชอบจ้างผู้ร่วมงานหรือสอนงานให้คนอื่น เพราะว่ากลัวจะกลายเป็นคู่แข่งในวันข้างหน้า
เจ้าของกิจการ B (Business Owner) - ผมกำลังมองหาคนมาร่วมงาน หาคนเก่งที่มีความสามารถมาร่วมงานและชอบแจกจ่ายงานให้ทีมงาน
นักลงทุน I (Investor) - คนกลุ่มนี้ไม่ทำงานเพื่อเงินแต่ใช้เงินทำงานแทน
ความแตกต่างของเงินสี่ด้าน
Have A Job = มีงานทำ
Own A Job = เป็นเจ้าของงาน
Own A System = เป็นเจ้าของระบบและคนงาน
Own Investment = ใช้เงินทำงานแทน
ความลับของคนรวย 2 ประการ
• OPT – Other People Time (เวลาของคนอื่น)
• OPM - Other People Money (เงินของคนอื่น)

สิ่งเหล่านี้ต่างกันอย่างไร?
• ความมั่นคงของงาน คนในกลุ่มนี้มีการศึกษาดี มีประสบการณ์ทำงานมาก และมักปฏิบัติงานได้อย่างดีเยี่ยม คนเหล่านี้จะรู้สึกการขาดความมั่นคงทางการเงิน เพราะถูกสอนให้ทำงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
• ความมั่นคงทางการเงิน เงินเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้เกิดความมั่นคง เพราะทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ความมั่งมีจะถูกเปลี่ยนมือ
• อิสรภาพทางการเงิน สามารถใช้เงินทำงานแทนตนเอง จึงมีอิสระที่จะเลือกทำหรือไม่ทำงานก็ได้ ความรู้ทางด้านการลงทุนยังนำอิสรภาพทางกายมาให้อีกด้วย
ด้านซ้ายเสี่ยงกว่า – คนเหล่านี้ยังคงยึดอยู่กับงานและตำแหน่งที่มั่นคง เมื่อร่างกายไม่สามารถที่จะทำงานได้ก็จะทำให้ไม่มีรายได้
ด้านขวามั่นคงกว่า – เพราะถ้ามีระบบที่ดีคุณก็ไม่จำเป็นต้องไปทำงาน แต่ระบบที่ดำเนินอยู่ก็สามารถที่จะผันเงินเข้ามาในกระเป๋าของคุณได้
ข้อสรุปของการเป็นเจ้าของกิจการ (Business Owner)
1. ประสบการณ์และความรู้ ถ้าคุณเริ่มจาก “เจ้าของกิจการ” คุณมีโอกาสพัฒนาไปเป็น “นักลงทุน”ที่มีฝีมือได้
2. กระแสเงินสด ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ คุณควรจะมีเงินและเวลามาสนับสนุนการลงทุนที่ขึ้นๆ ลงๆ
การที่จะเลือกมาอยู่ทางด้านขวา เป้าหมายของคุณคือการมีระบบและคนทำงานให้คุณ คุณจะสร้างระบบขึ้นมาหรือซื้อระบบคนอื่นมาใช้ก็ได้
ปัจจุบันมี 3 ระบบให้คุณเลือกใช้ดังนี้
1. บริษัทซึ่งคุณสร้างระบบขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง
2. แฟรนไชส์ ซึ่งคุณซื้อระบบจากคนอื่น
3. การตลาดแบบเครือข่าย
แต่ละระบบมีข้อดีข้อด้อยต่างกัน ที่เหมือนกันก็คือถ้าคุณทำสำเร็จไม่ว่าจะเลือกระบบใด คุณจะมีรายได้ที่แน่นอน โดยไม่ต้องไปตรอกบัตรทำงานอีกเลย
การก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของกิจการได้อย่างรวดเร็วมี 3 วิธี คือ
1. หาต้นแบบ ต้นแบบคือคนทำงานที่มีประสบการณ์ เคยทำและประสบความสำเร็จมาแล้ว พ่อรวยสอนเรื่องระบบและการเป็นผู้นำไม่ใช่เป็นผู้จัดการ เพราะผู้จัดการมักมองลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาในแง่ที่ด้อยกว่า แต่ผู้นำต้องรู้จักใช้คนที่เก่งกว่าฉลาดกว่า
2. แฟรนไชส์ วิธีเรียนระบบธุรกิจอีกวิธีหนึ่งคือการซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งคุณจะได้ระบบที่ผ่านการรับรองแล้วว่ามี คุณภาพแน่นอนและมีแฟรนไชส์ดีๆ ให้คุณเลือกมากมาย
3. การตลาดแบบเครือข่าย หรือเรียกอีกอย่างว่าการขายตรง หรือเครือข่ายหลายระดับ บางท่านอาจจะบอกว่า เป็นเรื่องหลอกลวงหลังจากได้ศึกษารายละเอียดของระบบหลายรูปแบบจึงมีการเปลี่ยนใจในเวลาต่อมา
...การที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่คุณจะต้องมีวิธีคิดที่เปลี่ยนไป พ่อรวยมักเน้นย้ำเสมอว่าอย่าทำงานเพื่อเงิน เราต้องรู้จักสร้างระบบให้มันทำงานแล้วได้เงินถึงจะถูก
ทำอย่างไรจึงจะรวยเร็ว?
เงินสี่ด้านหมายถึงความคิดไม่ใช่การกระทำ การที่จะย้ายจากทางด้านซ้ายมาเป็นด้านขวาเป็นเรื่องของความคิดไม่ใช่การกระทำ ความฉลาดทางอารมณ์ คือการรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ได้ เพราะว่าความฉลาดทางอารมณ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก...
ในหนังสือ Rich Dad Poor Dad (พ่อรวยกับพ่อจนสอนลูก) ของ Robert T. Kiyosaki มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ได้กล่าวว่า
“ เรากำลังสร้างท่อหรือลากถัง” “ เรากำลังทำงานอย่างหนักหรืออย่างฉลาด”
ในปี 1985 ผู้เขียนและภรรยาจน จนไม่มีบ้านที่จะใช้อยู่อาศัย แต่ตอนนี้เขาสามารถที่จะมีรายได้โดยที่เขาไม่ต้องทำงาน เขาทำได้อย่างไร?
“เงินสี่ด้าน” หมายถึงรายได้ที่มาจากงานสี่ประเภท
E (Employee) = มีรายได้จากเงินเดือน
S (Self - employed) = มีรายได้จากธุรกิจของตนเอง
B (Business Owner) = มีรายได้จากกิจการที่คุณเป็นเจ้าของ
I (Investor) = มีรายได้จากการลงทุนต่างๆ
เราทุกคนเลือกยืนอยู่บนด้านใดด้านหนึ่งของ “เงินสี่ด้าน” ขึ้นอยู่กับว่า...รายได้ของคุณมาจากอะไร? เรื่องเกี่ยวกับกลุ่มคนสี่ประเภทที่อยู่ในโลกของธุรกิจ และมีอุปนิสัยที่แตกต่างกัน การทำรายได้ของคนทั้งสี่ประเภทแต่ละคนที่ทำงานสามารถที่จะอยู่ได้ในทุกด้านไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่ง และคุณสามารถที่จะหาเงินได้จากเงินทั้งสี่ด้าน การสร้างรายได้โดยวิธีใดก็ตามจากเงินสี่ด้านนี้ ตัวกำหนดของมันคือ ความคิดและความสนใจ ความแตกต่างของเงินสี่ด้านอาจกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า การกระทำไม่สำคัญเท่าความคิด ไม่มีด้านใดที่ดีกว่ากัน เพราะแต่ละด้านมีจุดอ่อนจุดแข็งที่แตกต่างกัน
สิ่งที่คิดว่ามีความสำคัญสำหรับพ่อทั้งสอง
พ่อจน พ่อรวย
ไม่สนเรื่องเงินๆ ทองๆ มีเวลากับครอบครัว
ไม่มีวันรวย มีเงินสำหรับอุทิศเพื่อการกุศล
ไม่มีปัญญาซื้อ สร้างงานและความมั่นคงให้ชุมชน
การลงทุนเป็นความเสี่ยง มีเวลาและเงินเพื่อดูแลสุขภาพ
เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก
“เงินสี่ด้าน คนสี่ประเภท” มีความแตกต่างกันอย่างไร?
ลูกจ้าง E (Employee) - งานมั่นคง เงินเดือนดี พร้อมผลตอบแทน
คนทำธุรกิจส่วนตัว S (Self - employed) - หาคนดีเหมาะกับงานยากจริงๆ และคนกลุ่มนี้ไม่ชอบจ้างผู้ร่วมงานหรือสอนงานให้คนอื่น เพราะว่ากลัวจะกลายเป็นคู่แข่งในวันข้างหน้า
เจ้าของกิจการ B (Business Owner) - ผมกำลังมองหาคนมาร่วมงาน หาคนเก่งที่มีความสามารถมาร่วมงานและชอบแจกจ่ายงานให้ทีมงาน
นักลงทุน I (Investor) - คนกลุ่มนี้ไม่ทำงานเพื่อเงินแต่ใช้เงินทำงานแทน
ความแตกต่างของเงินสี่ด้าน
Have A Job = มีงานทำ
Own A Job = เป็นเจ้าของงาน
Own A System = เป็นเจ้าของระบบและคนงาน
Own Investment = ใช้เงินทำงานแทน
ความลับของคนรวย 2 ประการ
• OPT – Other People Time (เวลาของคนอื่น)
• OPM - Other People Money (เงินของคนอื่น)
ทำไมคนจึงเลือก ความมั่นคง แทนที่จะเลือก อิสรภาพ...
สิ่งเหล่านี้ต่างกันอย่างไร?
• ความมั่นคงของงาน คนในกลุ่มนี้มีการศึกษาดี มีประสบการณ์ทำงานมาก และมักปฏิบัติงานได้อย่างดีเยี่ยม คนเหล่านี้จะรู้สึกการขาดความมั่นคงทางการเงิน เพราะถูกสอนให้ทำงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
• ความมั่นคงทางการเงิน เงินเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้เกิดความมั่นคง เพราะทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ความมั่งมีจะถูกเปลี่ยนมือ
• อิสรภาพทางการเงิน สามารถใช้เงินทำงานแทนตนเอง จึงมีอิสระที่จะเลือกทำหรือไม่ทำงานก็ได้ ความรู้ทางด้านการลงทุนยังนำอิสรภาพทางกายมาให้อีกด้วย
ด้านซ้ายเสี่ยงกว่า – คนเหล่านี้ยังคงยึดอยู่กับงานและตำแหน่งที่มั่นคง เมื่อร่างกายไม่สามารถที่จะทำงานได้ก็จะทำให้ไม่มีรายได้
ด้านขวามั่นคงกว่า – เพราะถ้ามีระบบที่ดีคุณก็ไม่จำเป็นต้องไปทำงาน แต่ระบบที่ดำเนินอยู่ก็สามารถที่จะผันเงินเข้ามาในกระเป๋าของคุณได้
ข้อสรุปของการเป็นเจ้าของกิจการ (Business Owner)
1. ประสบการณ์และความรู้ ถ้าคุณเริ่มจาก “เจ้าของกิจการ” คุณมีโอกาสพัฒนาไปเป็น “นักลงทุน”ที่มีฝีมือได้
2. กระแสเงินสด ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ คุณควรจะมีเงินและเวลามาสนับสนุนการลงทุนที่ขึ้นๆ ลงๆ
การที่จะเลือกมาอยู่ทางด้านขวา เป้าหมายของคุณคือการมีระบบและคนทำงานให้คุณ คุณจะสร้างระบบขึ้นมาหรือซื้อระบบคนอื่นมาใช้ก็ได้
ปัจจุบันมี 3 ระบบให้คุณเลือกใช้ดังนี้
1. บริษัทซึ่งคุณสร้างระบบขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง
2. แฟรนไชส์ ซึ่งคุณซื้อระบบจากคนอื่น
3. การตลาดแบบเครือข่าย
แต่ละระบบมีข้อดีข้อด้อยต่างกัน ที่เหมือนกันก็คือถ้าคุณทำสำเร็จไม่ว่าจะเลือกระบบใด คุณจะมีรายได้ที่แน่นอน โดยไม่ต้องไปตรอกบัตรทำงานอีกเลย
การก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของกิจการได้อย่างรวดเร็วมี 3 วิธี คือ
1. หาต้นแบบ ต้นแบบคือคนทำงานที่มีประสบการณ์ เคยทำและประสบความสำเร็จมาแล้ว พ่อรวยสอนเรื่องระบบและการเป็นผู้นำไม่ใช่เป็นผู้จัดการ เพราะผู้จัดการมักมองลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาในแง่ที่ด้อยกว่า แต่ผู้นำต้องรู้จักใช้คนที่เก่งกว่าฉลาดกว่า
2. แฟรนไชส์ วิธีเรียนระบบธุรกิจอีกวิธีหนึ่งคือการซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งคุณจะได้ระบบที่ผ่านการรับรองแล้วว่ามี คุณภาพแน่นอนและมีแฟรนไชส์ดีๆ ให้คุณเลือกมากมาย
3. การตลาดแบบเครือข่าย หรือเรียกอีกอย่างว่าการขายตรง หรือเครือข่ายหลายระดับ บางท่านอาจจะบอกว่า เป็นเรื่องหลอกลวงหลังจากได้ศึกษารายละเอียดของระบบหลายรูปแบบจึงมีการเปลี่ยนใจในเวลาต่อมา
...การที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่คุณจะต้องมีวิธีคิดที่เปลี่ยนไป พ่อรวยมักเน้นย้ำเสมอว่าอย่าทำงานเพื่อเงิน เราต้องรู้จักสร้างระบบให้มันทำงานแล้วได้เงินถึงจะถูก
ทำอย่างไรจึงจะรวยเร็ว?
เงินสี่ด้านหมายถึงความคิดไม่ใช่การกระทำ การที่จะย้ายจากทางด้านซ้ายมาเป็นด้านขวาเป็นเรื่องของความคิดไม่ใช่การกระทำ ความฉลาดทางอารมณ์ คือการรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ได้ เพราะว่าความฉลาดทางอารมณ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก...
- ความแตกต่างของลูกจ้างและเจ้าของกิจการ
- ความแตกต่างของเจ้าของกิจการและนักลงทุน
- ความแตกต่างของลูกจ้างและนายทุน
- ความแตกต่างของลูกจ้างและนักลงทุน